PHEV vs BEV ถ้าต้องเลือกคันเดียว เอาแบบไหนดี? Share this
EV Trends
โหมดการอ่าน

PHEV vs BEV ถ้าต้องเลือกคันเดียว เอาแบบไหนดี?

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 21 กันยายน 2565

รถยนต์ไฟฟ้า เป็นกระแสที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ใช่ว่าทุกคนที่พร้อมใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าซะทีเดียว แล้วถ้ามองเป็นรถยนต์ที่วิ่งไฟฟ้าได้ และวิ่งน้ำมันล้วนได้แบบ PHEV ล่ะ มันจะน่าสนใจกว่าไหม บทความนี้มีคำตอบครับ


PHEV vs BEV

การจะตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน เรียกได้ว่าเป็นการซื้อของชิ้นใหญ่ 1 ชิ้นเข้าบ้านกันเลยทีเดียว มีหลายๆ บ้านที่จำเป็นต้องซื้อรถยนต์เพื่อมาใช้งานสักคันก็จะต้องเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของรถแต่ละคันก่อนว่ามีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไปอย่างไรบ้าง ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้รถยนต์มาเป็นรูปแบบรถ EV ซะเยอะ จากเดิมที่มีแต่รถ ICE เท่านั้น แถมราคาน้ำมันก็แสนโหด ทะลุลิตรละ 35 บาทเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้หลายๆ คนหันไปมองพลังงานทางเลือกอย่างไฟฟ้ากันมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน 100% ทว่ามันก็ยังมีข้อจำกัดในด้านระยะทางขับขี่อยู่ ทำให้หลายๆ คนมองไปที่รถยนต์ไฮบริดที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่อย่าง PHEV ด้วย แล้วถ้าต้องเลือกเพียงแค่คันเดียวล่ะ? เอาแบบไหนดีนะ?

 

PHEV คืออะไร

 

PHEV คืออะไร

PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เป็นรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยเครื่องยนต์สันดาป และมอเตอร์ไฟฟ้า มีพลังงาน 2 รูปแบบในรถคันเดียว ได้แก่น้ำมันเชื้อเพลิง และไฟฟ้า โดยตัวรถจะสามารถเลือกได้ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานทั้ง 2 แบบ / แบบเครื่องยนต์อย่างเดียว และไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ และในรถยนต์ PHEV บางรุ่น สามารถสั่งให้เครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บแบตเตอรี่เพื่อใช้งานกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้ด้วย ทำให้รถยนต์ PHEV มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำมากกว่ารถยนต์สันดาปปกติมาก

 

BEV คืออะไร

 

BEV คืออะไร

BEV (Battery Electric Vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100% ที่มีแหล่งกักเก็บพลังงานเป็นแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ โดยการเติมพลังงานนั้นจะเป็นการชาร์จไฟฟ้าเข้าไปเท่านั้น เป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก เพราะไม่มีการคายไอเสียเลย 

 

PHEV vs BEV

 

เปรียบเทียบ PHEV vs BEV

ในส่วนของการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างรถยนต์ PHEV และ BEV นั้น เราจะใช้ BMW X3 Series มาเป็นตัวเปรียบเทียบกัน เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ใช้ตัวถังเดียวกัน รุ่นปีเดียวกัน แตกต่างกันที่ประเภทของระบบขับเคลื่อนเท่านั้น โดยฝั่ง PHEV เราจะใช้ BMW X3 xDrive30e M Sport มาเป็นตัวแทน และฝั่ง BEV เป็น BMW iX3 M Sport

  PHEV BEV
อัตราสิ้นเปลือง* 14.7 กม./ลิตร 5.26 หน่วย/กม.
ต้นทุนค่าพลังงานต่อกิโลเมตร** 2.38 บาท 0.95 บาท
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า มาตรฐาน WLTP 47 กม. 470 กม.
ระยะทางขับขี่รวมทั้งหมด 600 กม.+ 470 กม.
อัตราเร่ง 0-100 6.1 วินาที 6.8 วินาที
ราคา 3,799,000 3,499,000

*ทดสอบจากการขับขี่จริงโดย Autospinn
**ค่าน้ำมันเบนซินลิตรละ 35 บาท และค่าไฟฟ้าหน่วยละ 5 บาท

 

 

จุดเด่น PHEV

จุดเด่นของรถยนต์ PHEV นั่นคือ มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำมากๆ เพียง 14.7 กม./ลิตร เท่านั้น คิดเป็นค่าน้ำมันเพียงกิโลเมตรละ 2.38 บาทเท่านั้น อีกทั้งการเติมน้ำมันใช้ระยะเวลาไม่นานก็เต็มแล้ว หรือถ้าขับในเมืองอย่างเดียวก็สามารถใช้โหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งได้ด้วย ยิ่งถ้าคนชาร์จไฟฟ้าที่บ้านทุกวันอยู่แล้วยิ่งได้เปรียบ เพราะสามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 47 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

จุดเด่น BEV

จุดเด่นของรถยนต์ BEV นั่นคือ มีต้นทุนค่าเดินทางต่ำมากไม่ถึง 1 บาทด้วยซ้ำไป และสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 470 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มาตรฐาน NEDC ซึ่งสามารถใช้งานเดินทางไกลได้แบบสบายๆ โดยใช้เวลาจอดชาร์จราว 30 นาที ก็สามารถขับขี่ต่อได้ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว

 

 

จุดด้อย PHEV

ข้อด้อยของ PHEV หลักๆ จะอยู่ในเรื่องของการบำรุงรักษา ที่เราต้องบำรุงรักษาระบบขับเคลื่อนที่มากกว่าปกติ เพราะต้องดูแลทั้งระบบของเครื่องยนต์สันดาป, ระบบไฮบริด และระบบไฟฟ้า ส่งผลให้ค่าบำรุงรักษาของรถยนต์ประเภทนี้จะสูงสักหน่อย แต่ก็คลายกังวลได้มากถ้าเป็นรถยนต์ใหม่ และยังอยู่ในการรับประกันคุณภาพของผู้ผลิตรถยนต์

จุดด้อย BEV

ข้อด้อยของ BEV หลักๆ เป็นเรื่องของข้อจำกัดในการชาร์จไฟฟ้าที่ใช้ระยะเวลานาน และสถานีที่สามารถชาร์จได้เร็วนั้นยังมีอยู่อย่างจำกัด แตกต่างจากการเติมน้ำมันที่ใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็สามารถขับขี่ต่อได้มากกว่า 500 กิโลเมตรแล้ว แต่รถยนต์ไฟฟ้าหากต้องการขับขี่ต่ออีกสัก 300 กิโลเมตร อย่างน้อยต้องใช้เวลาในการชาร์จไฟฟ้าราว 30 นาทีจึงจะไปต่อได้

 

 

ฟันธง เลือก PHEV หรือ BEV

หากคุณมีกำลังในการตัดสินใจซื้อรถยนต์เพียงคันเดียว ถ้าต้องเลือกระหว่างรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด กับรถยนต์ไฟฟ้า เราขอแนะนำให้เลือกเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจะดีกว่า เนื่องจากคุณสามารถขับขี่ไปได้ทุกเส้นทางโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จเร็วเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าคุณไม่ได้ชาร์จไฟฟ้ามา คุณก็สามารถขับด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามปกติ แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ถ้าไม่มีโครงข่ายสถานีชาร์จกำลังสูง ก็แทบจะไม่สามารถเดินทางเข้าไปในเส้นทางนั้นๆ ได้อย่างสะดวกมากนัก เนื่องจากต้องใช้วิธีการชาร์จแบบช้า ซึ่งใช้เวลาการชาร์จข้ามคืนเลยทีเดียว

ทว่า หากบ้านของคุณมีรถยนต์สันดาปอยู่แล้ว รถยนต์คันต่อไปที่เราอยากแนะนำขอแนะนำเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจะคุ้มค่ากว่า เนื่องจากต้นทุนการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้านั้น ถูกกว่ารถยนต์สันดาปราว 3-5 เท่า แล้วแต่รุ่นรถที่เปรียบเทียบนั้นๆ การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้านอกจากเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของคุณได้อย่างมหาศาล จึงไม่แปลกนักที่คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันที่ 2 ของบ้าน จะทำให้แทบจะไม่หยิบเอารถยนต์สันดาปคันเก่าไปใช้งานเลย เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีต้นทุนการเดินทางที่ถูกกว่ามากนั่นเองครับ

 

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ ตรวจสอบราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn 

ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถ One2car


คำนวณค่างวดรถเบื้องต้น
Use the calculator to calculate the installment of your dream car
ระยะเวลาผ่อนชำระ (เดือน)
* ราคาค่างวดรวม VAT แล้ว สำหรับพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้
อัตราการผ่อนชำระ (เดือน)
บาท
จำนวนงวด (เดือน)
สนใจขอสินเชื่อรุ่นนี้
* ราคาค่างวดรวม VAT แล้ว สำหรับพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงในการซื้อขายได้

ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ